ดูแลของหวงให้ถูกวิธี

 


ดูแลของหวงให้ถูกวิธี


ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมเกิดมาเป็นผู้หญิงถึงได้ลำบากลำบนกันจังนะ  ของสำคัญส่วนตัวของผู้หญิงก็ต้องพิถีพิถันดูแลกันเป็นพิเศษ  ดูแลไม่ดี รักษาความสะอาดไม่ดีเดี๋ยวเป็นได้เรื่อง เดือดร้อนต้องไปให้คุณหมอสูติดูอีกแล้ว  เกิดเป็นผู้ชายก็แสนจะสบาย กันน้ำกันสะเทือน เจอฝุ่นเจอทรายก็ไม่มีปัญหา เข้าห้องน้ำทีสะบัดสองทีก็เก็บเข้าที่ได้แล้ว ดูดูแล้วเกิดเป็นผู้ชายนี่ก็น่าอิจฉาจังเลยนะครับ

  

ในเมื่อของหวงส่วนสำคัญของผู้หญิงนั้นแสนจะบอบบางต้องดูแลเอาใจใส่ทำความสะอาดให้ดี คุณผู้หญิงหลายๆคนก็เลยสงสัยว่า การดูแลรักษาความสะอาดส่วนสำคัญส่วนนี้เขาทำกันอย่างไร จะล้างด้วยน้ำเปล่าจะพอหรือเปล่า หรือจะใช้สบู่  จำเป็นต้องใช้น้ำยาเฉพาะที่หรือเปล่านะ  แล้วที่สำคัญหลายๆคนก็ยังสงสัยด้วยว่า เวลามีเพศสัมพันธ์แล้วจะทำความสะอาดข้างในกันอย่างไร

  

ที่จริงแล้วผมว่าธรรมชาติสร้างช่องคลอดมาอยู่ผิดตำแหน่งไปหน่อย เพราะที่ที่ช่องคลอดอยู่ทุกวันนี้มันอยู่ใกล้ทวารหนักไปหน่อย ดูแลกันลำบาก เช็ดผิดทิศผิดทางไปหน่อย เชื้อโรคก็แอบเล็ดลอดเข้าไปในช่องคลอดได้ง่าย นี่ถ้าช่องคลอดมาอยู่แถวๆสะดือแทนก็คงจะดี ดูแลกันก็ง่าย ล้างเช็ดทำความสะอาดก็ง่าย ไม่ต้องก้มๆเงยๆทุลักทุเล  ตอนคลอดก็คงจะง่ายด้วยเหมือนกัน เบ่งออกมาทางสะดือเลยก็คงสบายกว่าเก่าเยอะ  แต่ตอนมีอะไรกันก็คงลำบากกว่าเก่านิดหน่อย          

 

มาเข้าเรื่องกันดีกว่าว่าเราจะดูแลรักษาทำความสะอาดช่องคลอดกันอย่างไรดี   ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว ช่องคลอดของเราก็ไม่แตกต่างไปจากช่องปากสักเท่าไหร่หรอกครับ เพียงแต่ช่องคลอดไม่มีฟันเท่านั้นเอง  เยื่อบุช่องปาก กับเยื่อบุช่องคลอดก็คล้ายๆกัน ปากมีน้ำลาย ช่องคลอดก็มีตกขาวเป็นน้ำสีขาวใสคอยให้ความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา  แต่คนเราตื่นขึ้นมาก็แปรงฟัน เข้านอนก็แปรงฟัน กินข้าวก็แปรงฟัน ดูแลรักษาแต่ช่องปาก โดยที่ลืมว่าช่องคลอดก็ต้องการการดูแลรักษาเหมือนกัน  เปรียบเสมือนลูกเมียน้อยก็เลยต้องดิ้นรนช่วยตัวเองเยอะหน่อย  ช่องคลอดก็เลยมีเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า แลคโตบาซิลัส อาศัยอยู่ เจ้าแบคทีเรียที่ว่านี้ก็จะทำตัวเป็นนักเลงโตคับซอยคอยปกป้องไม่ให้เชื้อโรคตัวอื่นเข้ามาเติบโตในช่องคลอดได้ โดยเจ้าแลคโตบาซิลัสที่ชื่อเหมือนที่เขาใช้เอาไปทำนมเปรี้ยวขายกันอยู่ทุกวันนี้ (แต่ที่จริงก็เป็นแบคทีเรียคนละตัวกันนะครับ ชื่อเหมือนกัน แต่คนละนามสกุลกันนะครับ)  ก็จะทำให้ช่องคลอดมีความเป็นกรดมากกว่าปกติ ซึ่งความที่ช่องคลอดมีความเป็นกรดก็เลยทำให้แบคทีเรียอื่นๆเข้าไปเติบโตไม่ได้  แล้วความเป็นกรด-ด่างของช่องคลอดนี่ก็ไม่ได้เท่ากันตลอดทั้งเดือนนะครับ บางช่วงก็เป็นกรดเยอะ บางช่วงก็เป็นด่างเยอะ ทำให้ผู้หญิงบางคนอาจรู้สึกแสบๆคันๆบ้างในช่วงก่อนมีประจำเดือนมา เนื่องจากเจ้าเชื้อแลคโตบาซิลัสนี้อาจจะลดลงไปหน่อย ทำให้มีแบคทีเรียตัวอื่นๆ หรือมีเชื้อราเล็ดลอดเข้าไปบ้าง พอประจำเดือนมา อาการคันๆก็มักจะหายไปได้เอง

 


ช่องคลอดของผู้หญิงเรานี่ก็นับเป็นอวัยวะมหัศจรรย์อย่างหนึ่งเลยครับ นอกจากจะมีแลคโตบาซิลัสคอยเฝ้าดูแลแล้ว ตัวปากช่องคลอดเองก็จะมีแคมเล็กแคมน้อยคอยเป็นประตูปิดเปิดป้องกันอันตรายไว้อีกชั้นนึงด้วย  เวลาลงว่ายน้ำ ดำน้ำ ไม่ว่าน้ำจะสกปรกแค่ไหน น้ำก็ไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปในช่องคลอดได้หรอกครับ  ผู้หญิงเวลาหนีบขาเข้าหากัน แคมใหญ่ด้านนอกก็จะเบียดปิดเข้าหากันสนิท แค่นี้ก็ยังไม่ชัวร์ ด้านในก็จะมีแคมเล็กปิดซ้อนทับกันอีกชั้นนึง แค่นี้น้ำก็เข้าไปได้ยากแล้วล่ะครับ  แต่น้ำจะเข้าไปในช่องคลอดได้เหมือนกันถ้าเราแยกขาออกจากกันกว้างๆจนแคมเผยอออกจากกัน แต่ก็เป็นกรณีที่แก้ผ้าหมดลงน้ำเท่านั้นนะครับ เพราะเวลาใส่กางเกงชั้นใน หรือชุดว่ายน้ำ ชุดมันจะรัดกระชับที่เป้าทำให้แคมปิดเข้าหากันด้วยน้ำก็เลยเข้าไปได้ยาก  ดังนั้นถ้าจะว่ายท่าฟรีสไตล์ ว่ายกรรเชียงก็ว่ายกันได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าหากชอบว่ายท่ากบ ต้องแยกขามากๆก็น่าจะใส่ชุดให้มันกระชับหน่อยก็จะดีนะครับ




แต่จากการที่ปากช่องคลอดเราเป็นหลีบเป็นร่องแบบนี้ ก็เลยทำให้ยากแก่การดูแลรักษาเหมือนกัน เพราะน้ำหล่อเลี้ยงช่องคลอด หรือตกขาวปกติของเราเนี่ย มันจะออกมาติดค้างตามหลีบตามร่องเหล่านี้ได้ง่าย แป้งเปียกแฉะๆตรงนี้ภาษาชาวบ้านก็เรียกว่า ขี้เปียก ดังนั้นหากอาบน้ำทำความสะอาดโดยการถูผ่านปากช่องคลอดไปมาเฉยๆ  คราบแป้งตกขาวที่ติดค้างตามหลีบตามร่องก็จะยังตกค้างอยู่เหมือนเดิม  คราบที่ว่าก็มีส่วนประกอบเป็นแป้งเหมือนแป้งเปียก  พอตกค้างอยู่หลายๆวันก็ขึ้นรา เกิดอาการคันจากเชื้อราได้  ดังนั้นเวลาอาบน้ำทำความสะอาดส่วนนี้ก็ต้องตั้งใจเป็นพิเศษเหมือนกัน ต้องบรรจงใช้นิ้วถูตามร่องต่างๆให้หมดคราบแป้งคราบตกขาวทุกครั้ง  ถ้าล้างให้ดีเป็นกิจวัตร ก็จะได้ไม่ต้องเป็นตกขาวจากเชื้อรากันบ่อยๆ

 

สิ่งสำคัญสำหรับสุชภาพของน้องหนูก็คือกางเกงชั้นในครับ  เรื่องเล็กๆนี่แหละที่ทำให้เกิดเรื่องใหญ่ได้ทุกที  กี่คนที่มาตรวจด้วยเรื่องตกขาวคัน เป็นเชื้อราก็พลาดตรงนี้ทุกที

 

สาวๆชาวเมืองโดยมากก็จะโยนกางเกงชั้นในใส้ตะกร้า รวมๆกัน หยุดเสารอาทิตย์ค่อยมาซักทีนึง  ลองนึกตามดูนะครับ ถ้าหากเอาขนมปังแผ่นนึงตั้งไว้บนโต๊ะเฉยๆ ไม่หยิบไม่จับไม่แตะต้องเลย อีกกี่วันราจะขึ้น ... ก็ประมาณ 2-3 วันประมาณนี้.

 

แล้วตกขาวที่เลอะติดอยู่ที่เป้ากางเกงในล่ะ เกิน 3 วันราก็ขึ้นแล้วร้อยเปอรเซนต์ แล้วหากเวลาซักไม่ได้บรรจงขยี้ที่เป้าให้ดี หรือแม้แต่ขยี้ดีแล้ว เชื้อรามันก็ไม่ตาย เพราะผงซักฟอกมันไม่สามารถฆ่าเชื้อราได้  เชื้อราจะตายได้ถ้าโดนตากแดดจัดๆ  แต่สาวๆหลายคนก็ชอบตากกางเกงชั้นในในห้องน้ำ ตากระเบียงคอนโดที่ไม่เคยโดนแดดเลย ... คนบางคนเป็นเชื้อราบ่อยมากก็เพราะอย่างนี้

 

มมีลูกสาวสองคนเวลาให้ลูกอาบน้ำผมก็จะสอนให้ดูแลทำความสะอาดให้เป็นตั้งแต่เล็กๆเลยครับ  ผมจะเรียกของสำคัญของผู้หญิงนี้ว่า จุ๋มจิ๋ม ดูมันน่ารักดี ส่วนของผู้ชายบ้านเราก็จะเรียกกันว่า ตุ๊ดตู่ สมัยก่อนตอนลูกยังเล็กก็ยังอาบน้ำลูกอาบน้ำพ่อด้วยกันบ่อยๆ แต่พอลูกร้องบอกให้พ่อไปซื้อตุ๊ดตู่อันเล็กๆมาติดให้เค้าบ้างก็เลยเลิกไม่ได้อาบด้วยกันแล้วครับ  ตอนอาบน้ำก็จะสอนลูกว่า คนเราถ้าเราแปรงฟันทุกวันก็ต้องล้างจุ๋มจิ๋มทุกวันเหมือนกัน ถ้าล้างไม่ดีจุ๋มจิ๋มมันจะมีกลิ่นเหม็นๆ เวลาอาบน้ำก็ฟอกสบู่ถูทำความสะอาดตามปกติ แต่พอล้างสบู่ออกจนหมดแล้วก่อนอาบเสร็จก็ล้างจุ๋มจิ๋มด้วยน้ำธรรมดาให้หมดคราบลื่นๆเท่านั้นก็พอ  ที่ให้ล้างเป็นอย่างสุดท้ายก็เพราะถ้าเราล้างก่อนจนสะอาดแล้ว พอไปฟอกสบู่ส่วนอื่นๆแล้ว คราบไคลความสกปรกก็จะมาไหลมารวมกันตรงนี้อีกทุกที เดี๋ยวก็ต้องมาล้างใหม่กันอีก แล้วจุ๋มจิ๋มของเด็กๆก็จะบอบบางกว่าของผู้ใหญ่เยอะ โดนสบู่เข้าไปก็จะแสบร้องโวยวายกันน่าดู แค่ล้างด้วยน้ำธรรมดาก็พอครับ           

 

ตอนเด็กๆเราสอนเขาให้ดูแลส่วนนี้ให้ดีเป็นกิจวัตร โตขึ้นเป็นสาวจะได้ดูแลตัวเองได้ดีไม่มีปัญหาเรื่องความสะอาด  จะได้ไม่ต้องมาเดือดร้อนพ่อที่เป็นหมอสูติ             

 

การดูแลทำความสะอาดจุ๋มจิ๋มของสาวๆก็ไม่แตกต่างจากของเด็กๆหรอกครับแตกต่างก็เพียงแค่มีขนหัวหน่าวขึ้นมาแล้วเท่านั้น  เวลาอาบน้ำก็อย่าลืมฟอกสบู่ส่วนนี้ให้สะอาดเหมือนกับสระผมด้วยนะครับ อย่าลืมใช้นิ้วขยี้เกาให้ถึงผิวหนังภายใต้ขนด้วยนะครับ เพราะความสกปรกเหงื่อไหลไคลย้อยมักจะไหลมารวมกันบริเวณนี้ ถ้าฟอกไม่ดี เกาไม่ดี แบคทีเรียความสกปรกมันก็จะสะสม ทำให้เกิดกลิ่นที่ไม่ดี แถมยังทำให้เกิดฝีตามต่อมขุมขนได้ง่ายอีกด้วย  ส่วนแถวช่องคลอด ปากช่องคลอดก็ให้ล้างเป็นส่วนสุดท้าย ล้างด้วยน้ำเปล่าให้หมดจดหมดความลื่นก็พอ  ถ้าล้างด้วยสบู่แล้วมันจะแสบ  แสบเหมือนสบู่เข้าตาเลยครับ  แล้วสบู่เองก็อาจทำให้เกิดการระคายเคือง ทำให้มีตกขาวผิดปกติได้ด้วย  สบู่ที่ใช้อาบน้ำทั่วไปมักมีคุณสมบัติเป็นด่าง หากเอาไปล้างชำระแถวช่องคลอดนอกจากจะแสบระคายเคืองแล้วก็จะทำให้ความเป็นกรดด่างของช่องคลอดเปลี่ยนแปลงไป  เจ้าแลคโตบาซิลัสก็จะล้มหายตายจากไปด้วย เมื่อไม่มียามคอยเฝ้าบ้าน ก็จะมีเชื้อโรคตัวอื่นๆถือโอกาสเล็ดลอดเข้าไปทำให้เกิดมีการอักเสบมีตกขาวได้

 

ส่วนผู้หญิงที่มีสามีแล้ว ช่องคลอดที่แต่เดิมก็ดูแลรักษาทำความสะอาดก็แต่ภายนอกเท่านั้น พอมีสามีส่วนต่างๆภายในก็ต้องถูกลุกล้ำเข้าไป มีเชื้อแบคทีเรียเล็ดลอดเข้าไปได้มากขึ้น ก็ต้องดูแลรักษาเข้าถึงข้างในด้วย ปกติแล้วผู้หญิงเราก็ต้องมีตกขาวออกมาสีขาวใสเท่านั้น จะออกมากหรือออกน้อยก็ไม่สำคัญ แต่ต้องไม่เขียว ไม่เหลือง ไม่คัน ไม่มีกลิ่น   ถ้าวันดีคืนดีตกขาวที่มันควรจะขาวๆใสๆกลับกลายเป็นสีเขียว สีเหลือง มีกลิ่น มีอาการคัน ก็ใจเย็นๆไว้ก่อนนะครับ พยายามล้างทำความสะอาดตกขาวออกให้หมด เอาออกให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ คนเราถ้าหากแคะขี้มูกเป็นก็คงล้างเอาตกขาวออกมาได้ไม่ยากหรอกครับ ถ้าล้างดีๆแล้วตกขาวอย่างที่ว่ามันหายไปหมด นั่นก็แปลว่าเราทำความสะอาดไม่หมดจดมาหลายวัน  ก็เหมือนกับปากแหละครับ หากไม่แปรงฟันมาสามวันก็ย่อมต้องมีกลิ่นปาก มีขี้ฟันเยอะแยะเป็นธรรมดา  แต่ถ้าลองล้างแล้วล้างอีก ตกขาวที่ออกมาก็ยังเขียวไม่หาย คันไม่หาย มีกลิ่นไม่หาย ก็คงต้องไปพบสูติแพทย์แล้วครับเพราะอาจมีการอักเสบติดเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียก็ได้

 

คุณผู้หญิงหลายคนก็สงสัยกันอีกว่าแล้วน้ำยาล้างช่องคลอดล่ะ  จำเป็นต้องใช้มั๊ย...คือถ้าจะเปรียบเทียบกับปากแล้ว ถ้าช่องปากดูแลดีไม่มีกลิ่นปากก็แค่แปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้งก็พอ แต่ถ้ามีกลิ่นปาก มีเหงือกอักเสบ บางทีแปรงฟันอย่างเดียวก็ไม่พอ ต้องใช้น้ำยาบ้วนปากร่วมด้วย ...ก็เช่นเดียวกับช่องคลอด หากอยู่สุขสบายดีไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่น เรื่องตกขาวก็อาบน้ำล้างด้วยน้ำเปล่าธรรมดานี่แหละครับ  แต่ถ้าหากเป็นคนที่มีกลิ่นจุ๋มจิ๋มแรง มีตกขาวเฉอะแฉะเยอะ การใช้น้ำยาเฉพาะที่ก็ช่วยทำให้รู้สึกสะอาดมากขึ้น

 

หลักการใช้น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะที่ก็คือ ถ้าปกติไม่มีปัญหาอะไรก็ไม่ต้องไปใช้ให้เปลืองเงินเปล่าๆ ดีไม่ดีอาจแพ้หรือเกิดระคายเคืองขึ้นมาก็ได้ แต่ถ้าต้องใช้ก็ควรเลือกใช้น้ำยาที่หมอสั่งใช้กันในโรงพยาบาล เนื่องจากมันจะมีความเป็นกรดด่างพอดีกันกับช่องคลอด มีการระคายเคืองน้อย ซึ่งน้ำยาประเภทนี้ก็มักจะไม่มีความหอมสักเท่าไหร่ เพราะที่ใช้แล้วแพ้ก็มักจะแพ้เพราะน้ำหอมที่ผสมอยู่นี่แหละครับ  น้ำยาล้างช่องคลอดที่เป็นประเภทเครื่องสำอางก็มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับการแพ้นี้มากกว่า  แล้วการใช้น้ำยานี้ทำความสะอาดก็ไม่จำเป็นต้องล้างกันทุกวันหรอกครับ ใช้เท่าที่จำเป็นก็พอ ถ้าวันไหนดูสะอาดดีก็ล้างด้วยน้ำสะอาดธรรมดาก็พอ แต่ถ้าหากมีกลิ่น มีตกขาวออกมาเยอะก็เอาน้ำยามาล้างนานๆทีก็ได้

 

คนที่มีสามีแล้วหลายๆคนก็ยังสงสัยกันว่า ถ้ามีเพศสัมพันธ์แล้วปล่อยน้ำเชื้อเอาไว้ข้างในจะล้างทำความสะอาดยังไง?  ต้องรีบล้างทันทีหรือเปล่า? ก็ไม่จำเป็นต้องรีบลุกไปล้างหรอกครับ หลับต่อไปให้สบายแล้วมาล้างทำความสะอาดตอนเช้าก็ไม่แปลก  เพราะน้ำอสุจิเป็นน้ำที่สะอาดปราศจากเชื้อโรคนะครับ ทิ้งไว้ถึงเช้าไม่กี่ชั่วโมงรับรองไม่เน่าไม่เสียหรอกครับ ก็ล้างเท่าที่ล้างได้ก็พอ ที่เหลืองค้างอยู่บ้างร่างกายเราก็มีกลไกขับดันออกมาเป็นตกขาวได้เองครับ


เห็นมั๊ยครับว่าเกิดเป็นผู้หญิงนี่เรื่องมันเยอะแค่ไหน แค่จะล้างจุ๋มจิ๋ม ก็ยังต้องมีเรื่องมีราวเล่ากันเยอะแยะ นี่ถ้าดูแลจุ๋มจิ๋มกันดีดีหมดทุกคนก็คงไม่มีของใครเจ็บป่วยไปให้หมอสูติตรวจเลย อีกหน่อยพวกหมออย่างพวกผมก็คงตกงานแน่/.   

ความคิดเห็น